ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
หน้าแรก / ข่าวสารและองค์ความรู้ทางเทคนิค / 200 ตร.ม.: เส้นแบ่งใบอนุญาตอาหารกับการตรวจอาคาร
Souniny

200 ตร.ม.: เส้นแบ่งใบอนุญาตอาหารกับการตรวจอาคาร

เส้น 200 ตร.ม. ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใบอนุญาตอาหาร แต่เป็นเกณฑ์ในกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 ที่ทำให้อาคารต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ ขณะที่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 ใช้บังคับกับร้านทุกขนาดใน 50 เขต

เส้น 200 ตร.ม. เป็นเส้นเดียวที่ถูกใช้โดยกฎหมายสองฉบับที่เป้าหมายต่างกัน กล่าวคือ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร พ.ศ. 2565 กำกับสุขลักษณะของร้านอาหารใน 50 เขตโดยไม่ขึ้นกับขนาดพื้นที่ ขณะที่กฎกระทรวงกำหนดประเภทของอาคาร และลักษณะการประกอบกิจการในอาคาร ที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ใช้พื้นที่ 200 ตร.ม. เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าอาคารนั้นต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือไม่ ร้านที่ข้ามเส้นนี้จึงไม่ได้เผชิญข้อกำหนดใหม่เรื่องอาหาร แต่เผชิญข้อกำหนดใหม่เรื่องอาคาร คือการตรวจประจำปีทุกปี การตรวจอย่างละเอียดทุก 5 ปี และโทษตามมาตรา 65 ทวิ ซึ่งสูงถึงจำคุก 3 เดือน ปรับถึง ฿60,000 และปรับรายวันอีกวันละ ฿10,000

1. เส้น 200 ตร.ม. คืออะไร และไม่ใช่อะไร

ความสับสนที่พบบ่อยคือการเข้าใจว่า 200 ตร.ม. เป็นเงื่อนไขของการขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการบางรายคิดว่าการขยายพื้นที่จาก 180 เป็น 220 ตร.ม. ต้องขอใบอนุญาตฉบับใหม่ ในความเป็นจริง ตัวเลขนี้ปรากฏในบริบทของกฎหมายควบคุมอาคาร ไม่ใช่ในเงื่อนไขการออกใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร การแยกบริบทให้ชัดเป็นขั้นตอนแรกของการวางแผน เพราะแต่ละบริบทมีหน่วยงาน รอบเวลา และแบบฟอร์มคนละชุด

1.1 หน่วยนับ: พื้นที่ใช้สอยไม่ใช่พื้นที่ดิน

พื้นที่ที่กฎหมายใช้เป็นเกณฑ์คือพื้นที่ของอาคารหรือพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร ไม่ใช่พื้นที่ดินของที่ดินแปลงนั้น ร้านที่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์สามชั้นอาจมีพื้นที่ดินเพียง 60 ตร.ม. แต่มีพื้นที่ใช้สอยรวมเกิน 200 ตร.ม. ได้โดยไม่ยาก เพราะชั้นบนถูกใช้เป็นพื้นที่นั่งรับประทานหรือพื้นที่เตรียมอาหาร ในทางกลับกัน ร้านที่กินพื้นที่ลานจอดหรือลานกลางแจ้งเป็นที่นั่ง ย่อมไม่สามารถนำพื้นที่เหล่านั้นมานับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอยของอาคารได้ ด้วยเหตุนี้ การประเมินด้วยสายตาจึงมักคลาดเคลื่อนทั้งสองทิศทาง

1.2 สองเส้นทางที่ใช้พื้นที่ต่างกัน

เส้นทางแรกคือเส้นทางสุขลักษณะ ซึ่งพิจารณาความเหมาะสมของสถานที่ทั้งในเรื่องพื้นที่เตรียมอาหาร น้ำสะอาด การระบายอากาศ และการจัดการของเสีย โดยไม่ได้กำหนดตัวเลขพื้นที่ขั้นต่ำเป็นเงื่อนไขหลักของใบอนุญาต เส้นทางที่สองคือเส้นทางควบคุมอาคาร ซึ่งใช้พื้นที่เป็นตัวแยกประเภทอาคาร เพื่อกำหนดว่าอาคารนั้นมีความซับซ้อนทางระบบมากพอที่จะต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารประจำหรือไม่ ร้านขนาดเล็กและร้านขนาดกลางจึงอยู่ภายใต้เส้นทางแรกเหมือนกัน แต่ต่างกันที่เส้นทางที่สอง

2. ฝั่งสาธารณสุข: ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร

2.1 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 และเขตบังคับใช้ 50 เขต

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร พ.ศ. 2565 เป็นข้อกำหนดระดับท้องถิ่นที่ใช้บังคับในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร โดยวางอยู่บนฐานอำนาจของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สาระสำคัญที่กระทบครัวโดยตรงคือข้อกำหนดให้สถานที่จำหน่ายอาหารต้องมีการแยกไขมันออกจากน้ำทิ้งก่อนระบายลงสู่ระบบระบายน้ำ ไม่ว่าจะด้วยบ่อดักไขมันหรืออุปกรณ์แยกไขมันที่ให้ผลเทียบเท่า และกำหนดให้น้ำทิ้งที่ระบายออกต้องได้มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อสังเกตคือข้อกำหนดนี้ไม่ได้ผูกกับขนาดพื้นที่ ร้านขนาด 40 ตร.ม. และร้านขนาด 400 ตร.ม. มีหน้าที่ในเรื่องบ่อดักไขมันเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ปริมาณน้ำทิ้งและปริมาณไขมันที่เกิดขึ้น ซึ่งกำหนดขนาดของบ่อและความถี่ในการตักไขมัน ไม่ได้กำหนดว่ามีหรือไม่มีภาระนี้ ในทางปฏิบัติ ร้านที่ขยายพื้นที่จึงควรทบทวนขนาดบ่อดักไขมันเดิมด้วย เพราะบ่อที่ออกแบบสำหรับพื้นที่และจำนวนที่นั่งเดิมอาจรับภาระไม่ไหว

2.2 บ่อดักไขมันกับระบบกรองควันเป็นคนละระบบ

ทั้งสองระบบถูกพูดถึงบ่อยในบริบทเดียวกันจนเกิดความเข้าใจผิดว่ามีอย่างหนึ่งแล้วไม่ต้องมีอีกอย่างหนึ่ง ระบบกรองควันจัดการไขมันและอนุภาคที่ปนมากับอากาศ ส่วนบ่อดักไขมันจัดการไขมันที่ปนมากับน้ำ การติดตั้งระบบกรองควันจึงไม่มีผลต่อภาระของบ่อดักไขมัน และในทางกลับกัน การมีบ่อดักไขมันที่ดีก็ไม่ได้ลดไขมันที่สะสมในท่อ ข้อกำหนดสองข้อนี้ถูกตรวจโดยหน่วยงานคนละสายและใช้รอบเวลาคนละแบบ การวางแผนงานประจำปีของร้านควรจัดให้ทั้งสองเรื่องอยู่ในตารางเดียวกันแต่แยกผู้รับผิดชอบให้ชัด

2.3 โทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

กรณีฝ่าฝืนข้อกำหนดด้านสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กำหนดโทษไว้สูงถึงจำคุก 6 เดือน หรือปรับถึง ฿50,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวเลขนี้เป็นคนละชุดกับโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งสูงถึงจำคุก 3 เดือน ปรับถึง ฿60,000 และมีโทษปรับรายวันอีกวันละ ฿10,000 ร้านที่ถูกตรวจพบปัญหาทั้งสองด้านในคราวเดียวจึงเผชิญโทษสองฐานที่คำนวณแยกจากกัน

2.4 ขนาดของการบังคับใช้ที่ทำให้เส้นนี้ไม่ใช่เรื่องทางทฤษฎี

ตัวเลขการบังคับใช้ช่วยให้เห็นว่าการตรวจไม่ได้เกิดกับร้านส่วนน้อย โครงการตรวจการณ์สิ่งแวดล้อมของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ดำเนินการครอบคลุมทั้ง 50 เขต ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยมีกลุ่ม A คือสถานประกอบการอาหารอยู่ในรายการเป้าหมาย และแผนการตรวจบ่อดักไขมันของกลุ่มงานสุขลักษณะอาหารกำหนดสถานประกอบการอาหารไว้ 16,341 แห่ง ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 เทียบกับจำนวนร้านอาหารที่ได้รับใบอนุญาตในกรุงเทพมหานครซึ่งมีอยู่ประมาณ 20,000 แห่ง

สัดส่วนเช่นนี้หมายความว่า ภายในรอบการตรวจหนึ่งรอบ ร้านส่วนใหญ่ในกลุ่มเป้าหมายจะถูกเข้าตรวจอย่างน้อยหนึ่งครั้ง การเตรียมตัวจึงไม่ใช่ทางเลือกสำหรับร้านที่ตั้งใจขยายพื้นที่ แต่เป็นงานที่ต้องจัดเข้าไปในแผนประจำปีของร้านทุกร้านที่อยู่ในพื้นที่บังคับใช้ และสำหรับร้านที่พื้นที่ใกล้เส้น 200 ตร.ม. ควรถือว่าการตรวจด้านสุขลักษณะในปีนี้เป็นโอกาสสำรวจระบบไปพร้อมกัน

3. ฝั่งควบคุมอาคาร: 200 ตร.ม. ในกฎกระทรวง พ.ศ. 2548

3.1 อาคารเก้าประเภทและถ้อยคำของเกณฑ์

กฎกระทรวงกำหนดประเภทของอาคาร และลักษณะการประกอบกิจการในอาคาร ที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ระบุประเภทอาคารที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารไว้เก้าประเภท ประเภทที่เกี่ยวกับร้านอาหารคือ สถานประกอบการประเภทบริการ พื้นที่ตั้งแต่ 200 ตร.ม. ถ้อยคำสำคัญมีสองช่วง ช่วงแรกคือคำว่าสถานประกอบการประเภทบริการ ซึ่งกว้างกว่าคำว่าสถานที่จำหน่ายอาหาร และช่วงที่สองคือคำว่าพื้นที่ตั้งแต่ ซึ่งหมายถึง 200 ตร.ม. รวมเข้าเกณฑ์ทันที ไม่ต้องรอให้เกิน 200 ตร.ม.

3.2 ทำไมเกณฑ์พื้นที่จึงถูกใช้เป็นตัวแบ่ง

การเลือกพื้นที่เป็นตัวแบ่งมีเหตุผลเชิงบริหารสองข้อ ข้อแรกคือพื้นที่เป็นค่าที่วัดได้และตรวจสอบได้ด้วยเอกสารแบบ ซึ่งลดการโต้แย้งเรื่องการตีความลักษณะกิจการ ข้อที่สองคือพื้นที่สัมพันธ์กับจำนวนผู้ใช้อาคาร และปริมาณระบบที่ต้องดูแลโดยตรง อาคารที่มีพื้นที่มากกว่าย่อมมีระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอัคคีภัยที่ซับซ้อนกว่า และมีผู้คนอยู่ในอาคารมากกว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ความเสี่ยงเชิงอาคารจึงสูงกว่าในเชิงสถิติ

3.3 ผู้ตรวจสอบอาคารและรอบการตรวจสองระดับ

เมื่อเข้าข่าย อาคารต้องจัดให้ผู้ตรวจสอบอาคารซึ่งได้รับใบอนุญาตเข้าตรวจตามรอบสองระดับ ระดับแรกคือการตรวจประจำปีทุกปี ระดับที่สองคือการตรวจอย่างละเอียดทุก 5 ปี โดยทั้งสองระดับครอบคลุมหกด้าน ได้แก่ โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า การป้องกันอัคคีภัย การระบายอากาศ การระบายน้ำ และระบบเครื่องกล ความต่างที่สำคัญระหว่างสองระดับคือระดับความละเอียดและขอบเขตการรื้อเปิดเพื่อตรวจ ซึ่งทำให้การเตรียมตัวต่างกันมาก

4. เมื่อข้ามเส้น: สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจริง

ตารางต่อไปนี้สรุปความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อร้านข้ามเส้น 200 ตร.ม. โดยแยกตามหัวข้อที่กระทบงานประจำวันมากที่สุด

หัวข้อ ต่ำกว่า 200 ตร.ม. ตั้งแต่ 200 ตร.ม.
ผู้ตรวจสอบอาคาร ไม่มีหน้าที่ตามมาตรา 32 ทวิ ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารซึ่งได้รับใบอนุญาต
รอบการตรวจ ไม่กำหนดรอบตามกฎหมายควบคุมอาคาร ตรวจประจำปีทุกปี และตรวจอย่างละเอียดทุก 5 ปี
ขอบเขตการตรวจ ตรวจตามเส้นทางสุขลักษณะเป็นหลัก ตรวจหกด้าน รวมการระบายอากาศและการป้องกันอัคคีภัย
เอกสารที่ต้องเก็บ หลักฐานด้านสุขลักษณะและบ่อดักไขมัน เพิ่มแบบระบบ ผลทดสอบ และรายงานผลการตรวจ
โทษเมื่อไม่ปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพิ่มโทษตามมาตรา 65 ทวิ และโทษปรับรายวัน

4.1 ภาระเอกสารที่เพิ่มขึ้น

สิ่งที่เพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุดไม่ใช่ตัวเครื่องจักร แต่เป็นเอกสาร ร้านที่อยู่ต่ำกว่าเส้นอาจไม่เคยมีแบบระบบระบายอากาศที่ตรงกับงานติดตั้งจริง เมื่อข้ามเส้น เอกสารชุดนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะผู้ตรวจต้องเปรียบเทียบแบบกับสภาพหน้างาน ร้านที่ต่อเติมครัวเพิ่มโดยไม่ปรับแบบจะพบว่าตนเองต้องย้อนกลับไปจัดทำแบบย้อนหลัง ซึ่งใช้เวลาและต้องเปิดฝ้าหรือเจาะผนังเพื่อสำรวจเส้นทางท่อจริง

4.2 เวลาที่ต้องกันไว้ล่วงหน้า

การตรวจประจำปีไม่ได้ใช้เวลาเพียงวันเดียว แต่มีขั้นตอนก่อนหน้าตั้งแต่การสำรวจระบบ การรวบรวมเอกสาร และการแก้ไขรายการที่ผู้ตรวจระบุ ในทางปฏิบัติควรกันช่วงเวลาไว้สำหรับการแก้ไขหลังการตรวจอย่างน้อยหนึ่งรอบเดือน เพราะรายการบางประเภทเช่น การเปิดช่องตรวจสอบเพิ่ม ต้องใช้ช่างและต้องปิดพื้นที่บางส่วน ร้านที่กำหนดการตรวจไว้ในเดือนที่มีเทศกาลหรือช่วงที่มีลูกค้าหนาแน่น จะมีทางเลือกระหว่างปิดพื้นที่ขายบางส่วนหรือเลื่อนการแก้ไข ซึ่งทั้งสองทางมีผลกระทบของตนเอง

4.3 ผลต่อระบบระบายอากาศโดยตรง

เมื่อเข้าข่ายการตรวจอาคาร ระบบระบายอากาศจะถูกตรวจในฐานะระบบหนึ่งของอาคาร ไม่ใช่ในฐานะอุปกรณ์ของครัว สิ่งที่ผู้ตรวจต้องการเห็นคือความต่อเนื่องระหว่างเครื่องดูดควัน ท่อ พัดลม และจุดระบายออกนอกอาคาร รวมถึงหลักฐานว่าปริมาณลมที่ไหลจริงสอดคล้องกับที่ออกแบบไว้ ระบบที่แยกส่วนกันติดตั้งโดยผู้รับเหมาหลายรายจึงมักมีจุดต่อที่ไม่กลมกลืนและตรวจพบได้ยากหากไม่มีแบบรวม

5. การนับพื้นที่ในทางปฏิบัติ

การนับพื้นที่เป็นจุดที่ทำให้เกิดข้อโต้แย้งมากที่สุดในการประชุมก่อนยื่นแบบ หลักที่ควรยึดคือใช้พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารที่มีหลังคาและถูกใช้ประโยชน์เพื่อกิจการ รวมพื้นที่ครัว พื้นที่เตรียมวัตถุดิบ พื้นที่เก็บของ และพื้นที่นั่งรับประทาน พื้นที่ที่เปิดโล่งไม่มีหลังคาหรือพื้นที่ซึ่งใช้เป็นทางสัญจรสาธารณะไม่ควรถูกนับรวม ในกรณีที่พื้นที่ใกล้เส้นแบ่ง ควรให้ผู้ที่จัดทำแบบเป็นผู้วัดและลงลายมือชื่อในพื้นที่ที่ใช้ เพื่อให้ตัวเลขมีที่มาและตรวจสอบได้

แนวทางปฏิบัติอีกข้อคือการคิดเผื่อการขยายตัว เนื่องจากร้านที่มีพื้นที่ 185 ตร.ม. และมีแผนเพิ่มพื้นที่ครัวอีกหนึ่งห้องจะข้ามเส้นในอีกไม่กี่ปี การออกแบบระบบตั้งแต่ต้นให้รองรับการตรวจในอนาคตมักใช้ความพยายามน้อยกว่าการแก้ไขภายหลัง เพราะการเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบเช่น การเผื่อช่องตรวจสอบไว้ตามช่วงท่อ ไม่ได้เพิ่มภาระงานในขั้นติดตั้งมากนัก แต่ลดงานรื้อในภายหลังได้มาก

5.1 กรณีอาคารพาณิชย์และพื้นที่เช่าร่วมกัน

ร้านอาหารจำนวนมากในกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ที่ชั้นล่างเป็นร้านและชั้นบนเป็นที่พักอาศัยหรือพื้นที่ให้เช่ารายอื่น กรณีนี้ทำให้การนับพื้นที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะพื้นที่ใช้สอยของอาคารทั้งหลังอาจเกิน 200 ตร.ม. อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน แม้พื้นที่ของร้านเองจะเล็กกว่ามาก ในทางปฏิบัติ ควรแยกให้ชัดว่าเกณฑ์พื้นที่ในกฎกระทรวงกำหนดประเภทของอาคาร และลักษณะการประกอบกิจการในอาคาร พ.ศ. 2548 พิจารณาที่พื้นที่ของสถานประกอบการ ไม่ใช่พื้นที่อาคารทั้งหมด แต่ผู้เช่ารายย่อยไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ด้วยตนเองหากไม่มีแบบอาคาร

ผลที่ตามมาคือ ผู้เช่าควรขอสำเนาแบบอาคารและรายงานผลการตรวจครั้งล่าสุดจากเจ้าของอาคารตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา เพราะเอกสารเหล่านี้ชี้ว่าอาคารมีผู้ตรวจสอบอาคารอยู่แล้วหรือไม่ และระบบระบายอากาศที่ใช้ร่วมกันถูกบันทึกไว้อย่างไร กรณีที่ท่อของร้านพาดผ่านพื้นที่ของผู้อื่น การขออนุญาตแก้ไขจะต้องอาศัยความยินยอมของเจ้าของพื้นที่นั้นด้วย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานกว่าการแก้ระบบเอง

6. จุดที่มักเข้าใจผิด

ความเข้าใจผิดข้อแรกคือคิดว่า 200 ตร.ม. เป็นเกณฑ์ของใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งไม่ใช่ ข้อที่สองคือคิดว่าการมีพื้นที่เกิน 200 ตร.ม. ต้องเปลี่ยนประเภทอาคาร ซึ่งไม่ใช่ เพราะเกณฑ์นี้กำหนดเฉพาะหน้าที่ในการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร ข้อที่สามคือคิดว่าการตรวจอาคารแทนการตรวจสุขลักษณะได้ ซึ่งไม่ใช่ เพราะเป็นคนละเส้นทางและคนละหน่วยงาน

ความเข้าใจผิดข้อที่สี่คือคิดว่าผู้ตรวจสอบอาคารมีอำนาจสั่งปิดร้าน ซึ่งไม่ใช่ ผู้ตรวจทำหน้าที่ตรวจ ประเมิน และรายงาน ส่วนอำนาจในการออกคำสั่งเป็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามขั้นตอนของกฎหมาย ข้อที่ห้าคือคิดว่าการตรวจครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป ซึ่งไม่ใช่ เพราะรอบการตรวจกำหนดไว้ทั้งระดับปีและระดับห้าปี การวางแผนงบประมาณบำรุงรักษาจึงต้องเป็นรอบต่อเนื่องไม่ใช่รายการครั้งเดียว

7. ผลต่อการออกแบบระบบระบายอากาศเมื่อข้ามเส้น

7.1 ปริมาณลมและจำนวนหัวเตา

เมื่อระบบต้องถูกตรวจเป็นประจำทุกปี ตัวเลขที่จะถูกถามถึงคือปริมาณลม ซึ่งคำนวณจากจำนวนหัวเตาและลักษณะการปรุงอาหาร ไม่ใช่จากพื้นที่ร้าน ร้านที่ขยายพื้นที่แต่เพิ่มหัวเตาเพียงเล็กน้อยอาจมีปริมาณลมใกล้เคียงเดิม แต่ร้านที่เปลี่ยนจากเตาแก๊สเป็นเตาผัดขนาดใหญ่หรือเพิ่มเตาย่างถ่านจะมีความต้องการลมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ในทางปฏิบัติควรบันทึกเหตุผลของการเลือกปริมาณลมไว้ในเอกสารเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ในรอบถัดไป

7.2 การเข้าถึงและช่องตรวจสอบ

ช่องตรวจสอบเป็นองค์ประกอบที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในการออกแบบ เพราะไม่กระทบสมรรถนะการกรองโดยตรง จึงมักถูกตัดออกเมื่อต้องการลดงานติดตั้ง ผลที่ตามมาคือระบบที่ตรวจไม่ได้และทำความสะอาดไม่ได้เต็มพื้นที่ ซึ่งจะกลายเป็นรายการที่ถูกบันทึกในการตรวจครั้งแรกและค้างอยู่หลายรอบ หลักที่ควรใช้คือจัดช่องตรวจสอบที่จุดเปลี่ยนทิศทางและตามช่วงระยะของท่อตรง โดยคำนึงถึงการเข้าถึงของช่างในอนาคต ไม่ใช่เฉพาะการเข้าถึงในวันติดตั้ง

7.3 หลักฐานสมรรถนะที่ควรมีตั้งแต่ต้น

หลักฐานที่ควรมีคือผลการทดสอบและส่งมอบงาน ซึ่งบันทึกปริมาณลม ความเร็วในการดักจับ และความดันสถิตของระบบ ณ วันส่งมอบ เอกสารชุดนี้เป็นเส้นฐานสำหรับเปรียบเทียบในการตรวจครั้งต่อ ๆ ไป ร้านที่ไม่มีเส้นฐานจะไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าระบบเสื่อมสภาพเพียงใดหรือได้รับการดูแลต่อเนื่องหรือไม่ การวัดซ้ำปีละครั้งและเก็บผลไว้ในแฟ้มเดียวกันจึงเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด

7.4 การทดสอบซ้ำและการบันทึกหลังแก้ไข

หลังการแก้ไขรายการที่ผู้ตรวจระบุ ควรวัดปริมาณลมซ้ำที่จุดเดิมด้วยวิธีเดิม และบันทึกผลไว้เทียบกับค่าก่อนการแก้ไข การบันทึกลักษณะนี้ทำให้เห็นผลของการแก้ไขเป็นตัวเลข ไม่ใช่เป็นเพียงคำรับรองว่าดำเนินการแล้ว ในทางปฏิบัติ การวัดซ้ำมักเปิดเผยว่าสาเหตุที่แท้จริงของปริมาณลมตกไม่ใช่ตัวเครื่องกรอง แต่เป็นข้อต่อที่รั่วหรือท่อที่ถูกบีบจนแคบลงในช่วงติดตั้ง

เอกสารที่ควรเพิ่มเข้าแฟ้มหลังการแก้ไขได้แก่ ภาพถ่ายสภาพก่อนและหลัง ผลวัดซ้ำ ใบเสร็จรับงานหรือรายงานของผู้รับจ้าง และบันทึกวันที่ดำเนินการ เอกสารชุดนี้มีประโยชน์สองทาง คือใช้ตอบผู้ตรวจในรอบถัดไป และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเมื่อต้องเปลี่ยนผู้ดูแลระบบรายใหม่ เพราะช่วยลดการเริ่มต้นสำรวจใหม่ทั้งหมด

8. สรุป

เส้น 200 ตร.ม. ไม่ใช่เส้นที่เปลี่ยนข้อกำหนดเรื่องอาหาร แต่เป็นเส้นที่เปลี่ยนสถานะของอาคารจากอาคารที่ไม่มีหน้าที่ตามมาตรา 32 ทวิ เป็นอาคารที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคาร ตรวจประจำปีทุกปี และตรวจอย่างละเอียดทุก 5 ปี โดยมีโทษตามมาตรา 65 ทวิ รองรับอยู่ในระดับจำคุก 3 เดือน ปรับถึง ฿60,000 และปรับรายวันอีกวันละ ฿10,000 ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร พ.ศ. 2565 เช่น บ่อดักไขมัน ยังคงใช้บังคับกับร้านทุกขนาดใน 50 เขตเหมือนเดิม

สำหรับร้านที่ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น การเตรียมระบบให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นยังคงมีประโยชน์ เพราะลดงานรื้อเมื่อถึงวันที่ต้องข้ามเส้น ร้านที่ไม่มีท่อระบายอากาศออกนอกอาคารอาจพิจารณาระบบหมุนเวียนอากาศแบบไม่มีท่อ ซึ่งลดข้อจำกัดเรื่องเส้นทางท่อในอาคารพาณิชย์ แนวทางระบบสำหรับพื้นที่จำกัดรวบรวมไว้ที่ https://www.souniny.com/th/products/ductless-purifiers/heavy-duty/ และแนวทางสำหรับรถเข็นและเคาน์เตอร์ขนาดเล็กที่ https://www.souniny.com/th/products/mobile-carts/cart-ventless-hood/ ส่วนภาพรวมของหัวข้อกฎหมายอาคารและพื้นที่ใช้สอยในไทย รวบรวมไว้ที่ https://www.souniny.com/th/news/ โดยระบบที่ติดตั้งในอาคารซึ่งต้องผ่านการตรวจ ควรมีเอกสารการทดสอบและส่งมอบงานประกอบทุกครั้ง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

เส้น 200 ตร.ม. เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตร้านอาหารหรือไม่
ไม่เกี่ยวกับโดยตรง ตัวเลขนี้อยู่ในบริบทของกฎหมายควบคุมอาคาร คือเป็นเกณฑ์ในกฎกระทรวงกำหนดประเภทของอาคาร และลักษณะการประกอบกิจการในอาคาร ที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ส่วนการขอใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารมีฐานอยู่ในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร พ.ศ. 2565 ซึ่งใช้บังคับกับร้านทุกขนาดใน 50 เขต
พื้นที่ที่นำมาคำนวณ 200 ตร.ม. นับอย่างไร
นับพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารที่มีหลังคาและถูกใช้ประโยชน์เพื่อกิจการ รวมพื้นที่ครัว พื้นที่เตรียมวัตถุดิบ พื้นที่เก็บของ และพื้นที่นั่งรับประทาน ไม่นับพื้นที่เปิดโล่งไม่มีหลังคาหรือทางสัญจรสาธารณะ ร้านในอาคารพาณิชย์ที่มีพื้นที่ดินเล็กแต่นับพื้นที่ใช้สอยหลายชั้นรวมกันอาจเกิน 200 ตร.ม. ได้
ร้านที่พื้นที่พอดี 200 ตร.ม. เข้าเกณฑ์หรือไม่
เข้าเกณฑ์ ถ้อยคำในกฎกระทรวงใช้คำว่าพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตร.ม. ซึ่งหมายถึง200 ตร.ม. รวมเข้าเกณฑ์ทันที ไม่ต้องรอให้เกิน 200 ตร.ม. ร้านที่วัดได้ใกล้เคียงเส้นแบ่งจึงควรให้ผู้จัดทำแบบเป็นผู้วัดและลงลายมือชื่อในพื้นที่ที่ใช้ เพื่อให้ตัวเลขมีที่มาและตรวจสอบได้
ข้ามเส้นแล้วต้องเปลี่ยนประเภทอาคารหรือไม่
ไม่ต้องเปลี่ยนประเภทอาคาร สิ่งที่เปลี่ยนคือหน้าที่ในการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร การตรวจประจำปีทุกปี การตรวจอย่างละเอียดทุก 5 ปี และภาระเอกสารที่ตามมา ส่วนข้อกำหนดด้านสุขลักษณะ เช่น บ่อดักไขมัน ยังคงใช้บังคับอยู่แล้วก่อนข้ามเส้น และไม่เปลี่ยนแปลงเพราะขนาดพื้นที่
ข้อกำหนดบ่อดักไขมันผูกกับขนาดพื้นที่หรือไม่
ไม่ผูก ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร พ.ศ. 2565 กำหนดให้สถานที่จำหน่ายอาหารต้องแยกไขมันออกจากน้ำทิ้งก่อนระบายลงสู่ระบบระบายน้ำ โดยไม่แยกตามขนาดพื้นที่ ความต่างอยู่ที่ปริมาณน้ำทิ้งและความถี่ในการตักไขมัน ร้านที่ขยายพื้นที่จึงควรทบทวนขนาดบ่อเดิมด้วย
บ่อดักไขมันแทนระบบกรองควันได้หรือไม่
ไม่ได้ ทั้งสองระบบจัดการไขมันคนละสถานะ บ่อดักไขมันจับไขมันที่ปนมากับน้ำทิ้ง ส่วนระบบกรองควันจับไขมันและอนุภาคที่ปนมากับอากาศ การมีอย่างหนึ่งไม่ทำให้อีกอย่างหนึ่งหมดความจำเป็น ทั้งสองเรื่องถูกตรวจโดยหน่วยงานคนละสายและใช้รอบเวลาต่างกัน
โทษเมื่อไม่ปฏิบัติต่างกันอย่างไรในสองเส้นทาง
เส้นทางสุขลักษณะมีโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สูงถึงจำคุก 6 เดือน หรือปรับถึง ฿50,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเส้นทางควบคุมอาคารมีโทษตามมาตรา 65 ทวิ สูงถึงจำคุก 3 เดือน ปรับถึง ฿60,000 และปรับรายวันอีกวันละ ฿10,000 ร้านที่พบปัญหาทั้งสองด้านจึงเผชิญโทษสองฐานที่คำนวณแยกกัน
การตรวจประจำปีกับการตรวจทุก 5 ปีต่างกันอย่างไร
การตรวจประจำปีเน้นสภาพการใช้งานจริงของระบบที่อาจเสื่อมสภาพตามเวลา ส่วนการตรวจอย่างละเอียดทุก 5 ปีลงลึกกว่าทั้งในเชิงโครงสร้างและเชิงระบบ และมักต้องรื้อเปิดบางส่วนเพื่อตรวจภายใน ร้านที่วางแผนบำรุงรักษาเป็นรอบปีจึงผ่านการตรวจอย่างละเอียดได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีรายการแก้ไขสะสม
การตรวจของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เกี่ยวข้องอย่างไร
เป็นการตรวจคนละเส้นทางแต่ใช้หลักฐานร่วมกันได้บางส่วน โครงการตรวจการณ์สิ่งแวดล้อมดำเนินการครอบคลุม 50 เขต ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยกลุ่ม A คือสถานประกอบการอาหาร ซึ่งถูกตรวจเรื่องการคัดแยกขยะ บ่อดักไขมัน และการควบคุมควัน กลิ่น และน้ำเสีย การจัดเก็บเอกสารให้ค้นหาได้เร็วจึงมีประโยชน์กับทั้งสองเส้นทาง
ร้านที่ยังไม่ถึง 200 ตร.ม. ควรเตรียมอะไรไว้
ควรเตรียมระบบให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น ทั้งช่องตรวจสอบตามช่วงท่อ การเข้าถึงพัดลมและเครื่องกรองโดยไม่ต้องรื้อฝ้า และการเก็บผลการทดสอบครั้งแรกไว้เป็นเส้นฐาน เนื่องจากร้านที่อยู่ใกล้เส้นแบ่งมักข้ามเส้นในอีกไม่กี่ปี การเผื่อความสามารถในการตรวจสอบไว้ล่วงหน้าลดงานรื้อภายหลังได้มาก

ขอใบเสนอราคาหรือแคตตาล็อก

โปรดระบุประเภทครัว ปริมาณลม และตลาดปลายทาง – ทีมงานจะแนะนำรุ่นที่เหมาะสมและจัดทำข้อเสนอให้ตรงกับโครงการ

อีเมล: info@souniny.com
Scroll to Top